หน้าหลัก | แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา

การควบคุมพัสดุ

การควบคุมพัสดุ แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ การเก็บรักษา การเบิกจ่าย และการตรวจสอบพัสดุ

  • การเก็บรักษาพัสดุ

    โดยปกติพัสดุจะเก็บรักษาไว้ในคลังพัสดุซึ่งต้องเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยและสะดวกต่อการนำออกไปใช้ปฏิบัติงานได้ทันทีที่มีความต้องการ จึงต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ
    1. การรักษาความปลอดภัย
    2. การเก็บและโยกย้ายพัสดุ
    3. การตรวจนับพัสดุและการตรวจสอบพัสดุ
    4. การโยกย้ายพัสดุ
    รายละเอียดเพิ่มเติม >>

  • การเบิกจ่ายพัสดุ

    การเบิกจ่ายเป็นกระบวนการหนึ่งของการควบคุมพัสดุในการเบิกจ่ายพัสดุมีผู้ที่เกี่ยวข้อง

    • หน่วยผู้ใช้หรือหน่วยเบิก หมายถึง ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ในการเบิกการจัดทำบัญชีคุมวัสดุ และครุภัณฑ์ รวมทั้งการจัดเก็บเอกสาร
      ที่เกี่ยวข้อง
    • หน่วยผู้จ่าย หมายถึง ผู้ให้บริการที่มีหน้าที่หลักในการจัดให้มีพัสดุเพื่อจ่ายให้แก่ผู้ใช้บริการอย่างเพียงพอ และทันเวลา จัดให้มีการควบคุมทางบัญชีคุมวัสดุและครุภัณฑ์ รวมทั้งการเพิ่มเติมพัสดุด้วย

    การเบิกจ่ายพัสดุของส่วนราชการ มีข้อกำหนด ดังนี้
    1. การเบิกพัสดุ การเบิกพัสดุจากพัสดุระดับกรม ของหน่วยงานระดับกองและหน่วยงานในส่วนภูมิภาค ให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้เบิก
    2. การจ่ายพัสดุ ให้หัวหน้าหน่วยพัสดุที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมพัสดุเป็นผู้สั่งจ่ายพัสดุ

    การลงจ่ายพัสดุออกจากบัญชี/ทะเบียน กรณีการจ่ายออกจากบัญชีเนื่องมาจากการ ตรวจสอบพัสดุประจำปี ให้แจงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ภายใน 30 วัน หากเป็นกรณีการจ่ายออกจากบัญชีโดยการจำหน่ายเป็นสูญ ให้แจ้งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและกระทรวงการคลัง หรือหน่วยงานที่กระทรวงการคลังมอบหมาย ภายใน 30 วัน นับแต่วันลงจ่ายพัสดุนั้นด้วย

  • การตรวจสอบพัสดุ

    การตรวจสอบพัสดุของส่วนราชการ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ มีข้อกำหนดว่าก่อนสิ้นเดือนกันยายน ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุประจำปี และตรวจนับพัสดุคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดนั้น โดยมีหน้าที่ดังนี้

    1. ตรวจสอบว่ามีการรับ – จ่ายถูกต้องหรือไม่
    2. ตรวจสอบว่ามีพัสดุคงเหลือตรงตามบัญชีหรือทะเบียน
    3. ตรวจสอบว่ามีพัสดุใดชำรุด เสื่อมคุณภาพหรือสูญไป เพราะเหตุใด
    4. มีพัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป

    การตรวจสอบดังกล่าวให้เริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุในวันเปิดทำการวันแรกของปีงบ ประมาณ คือ วันทำการวันแรกของเดือนตุลาคมของทุกปี และใหรายงานผลการตรวจสอบภายใน 30 วันทำการ นับแต่วันเริ่มดำเนินการตรวจสอบนั้น

    เมื่อหัวหน้าส่วนราชการได้รับรายงาน หากปรากฏว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพหรือสูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้น หากผลการสอบหาขอ้เทจจริงปรากฏว่าจะต้องหาตัวผู้รับผิดชอบ ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิด ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจาหน้าที่ พ.ศ. 2539 ด้วย